ทนายดัง ขับเก๋งติดโลโก้ตราชั่ง พุ่งจยย.ไรเดอร์จอดรองาน อัดเสาไฟพังยับ ยอมรับไปดื่มสังสรรค์มา ไม่ยอมเป่าเมา พูดลิ้นรัว ยืนแทบไม่ไหว ชี้หน้าต่อว่าตร.-กู้ภัย
วันที่ 17 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.15 น.ของวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดอุดรธานี รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์และเสาไฟฟ้า บริเวณด้านหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ ถนนศรีชมชื่น ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน อุดรธานี ติดโลโก้ตราชั่ง สภาพด้านหน้าพังเสียหาย ชนอัดกับเสาไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สภาพพังยับติดต้นไม้และรั้วโรงเรียน หลังถูกรถเก๋งพุ่งชนอย่างแรง ใกล้กันมี นายมานิตย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี คนขับไรเดอร์ บาดเจ็บเล็กน้อย
ทนายดัง ขับเก๋งติดโลโก้ตราชั่ง พุ่งจยย.ไรเดอร์จอดรองาน อัดเสาไฟพังยับ ยอมรับไปดื่มสังสรรค์มา ไม่ยอมเป่าเมา พูดลิ้นรัว ยืนแทบไม่ไหว ชี้หน้าต่อว่าตร.-กู้ภัย
นอกจากนี้ พบคนขับรถเก๋งยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในลักษณะคล้ายมึนเมา ยืนแทบไม่อยู่ เซไปเซมา พูดจาลิ้นรัว ทราบชื่อคือ นายปรีชา (ขอสงวนนามสกุล) ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นทนายความ โดยให้การว่า เป็นผู้ขับรถยนต์คันดังกล่าวจริง
ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์ของทนายความรายดังกล่าว พบมีภาพถ่ายร่วมกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และสวมเสื้อพรรคอนาคตใหม่เผยแพร่ผ่านบัญชีส่วนตัว
ระหว่างผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เมามาจากไหนหรือเปล่า นายปรีชา กล่าวว่า “อย่าว่าเมาเลย ไม่ได้เมา เราเมาไม่ได้ เพราะเรารู้กติกาบ้านเมือง ถ้าเมาเราไม่สามารถไปโต้แย้งกฎหมายได้” พร้อมยอมรับว่า ได้ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในโอกาสพิเศษ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่นิสัยส่วนตัวที่จะดื่มเป็นประจำ และย้ำว่าตนมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ
ต่อมา พ.ต.ท.อดุลชัย ขาวขำ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้ขอความร่วมมือให้ตรวจวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์เบื้องต้น แต่นายปรีชาไม่ยินยอม พร้อมกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า “ผมให้ความร่วมมือขนาดนี้ ยังจะกล้าทำขนาดนั้นอีกหรือ รถคันนี้ก็ไม่มีประกัน อย่าบังคับผม”
ด้าน พ.ต.ท.อดุลชัย ได้ชี้แจงว่า หากไม่ยอมเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ จะมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมระบุว่าในฐานะเป็นทนายความย่อมทราบข้อกฎหมายอยู่แล้ว และจะรายงานเรื่องดังกล่าวต่อสภาทนายความจังหวัดอุดรธานี เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่
ระหว่างนั้น นายปรีชา ยังได้ชี้นิ้วไปทางผู้สื่อข่าว พร้อมพูดห้ามบันทึกภาพ โดยอ้างเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ก่อนจะหันไปต่อว่าทีมกู้ภัยและตำรวจด้วยถ้อยคำรุนแรง อ้างว่ากู้ภัยทำงานเกินหน้าที่ และกล่าวทำนองข่มขู่ว่า “เดี๋ยวหลายคนต้องไปเจอกันในชั้นศาล”
ขณะที่ นายมานิตย์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่ริมถนน ระหว่างรอรับงานและเล่นโทรศัพท์มือถือ จู่ ๆ รถเก๋งได้พุ่งเข้าชนอย่างแรง จนร่างกระเด็นตกจากรถ กลิ้งไปนอนบนฟุตปาธ โดยยอมรับว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก และรถคู่กรณีขับมาด้วยความเร็วสูง
เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บบริเวณเอวและขาซ้ายเล็กน้อย โดยผู้สื่อข่าวถามว่า “ห้อยพระดีหรือเปล่า” นายมานิตย์ ตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “ไม่ได้ห้อยครับ” ก่อนถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ บันทึกภาพความเสียหายของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเสาไฟฟ้าไว้เป็นหลักฐาน พร้อมสอบปากคำผู้ขับขี่และพยานในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




