รัฐบาล คุมเข้มมาตรฐาน รถรับส่งนักเรียน ทั่วประเทศ รับเปิดเทอม เช็กระบบเบรก-ติด GPS มุ่งลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ พร้อมต่อยอด โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2569 น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนในการเดินทางไป–กลับสถานศึกษา ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อยกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครอง และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน รองรับการเปิดภาคการศึกษาใหม่ในห้วงเดือนพ.ค.นี้
น.ส.ลลิดา กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก เร่งดำเนินมาตรการตรวจสอบความพร้อมของรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ โดยสั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานศึกษาในการนำรถเข้าตรวจสอบสภาพ โดยเฉพาะระบบเบรก
หากพบว่าไม่ผ่านมาตรฐาน จะต้องเร่งแก้ไขก่อนนำกลับมาใช้งาน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่นักเรียนและผู้ใช้รถใช้ถนน
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียนผ่านเว็บไซต์ schoolbussafety.dlt.go.th เพื่อใช้กำกับดูแลและพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนให้มีมาตรฐานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี GPS ในการติดตามตำแหน่งและตรวจสอบพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในการเดินทาง
ทั้งนี้ รัฐบาลยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานผู้ให้บริการรถรับส่งนักเรียน โดยเพิ่มการอบรมผู้ขับรถและผู้ประจำรถเกี่ยวกับการดูแลความปลอดภัยเด็ก ตลอดจนศึกษาแนวทางการกำหนดป้ายทะเบียนเฉพาะสำหรับรถรับส่งนักเรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลและสร้างจุดสังเกตให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเมื่อขับขี่ใกล้รถรับส่งนักเรียน
ขณะเดียวกัน ยังมีการต่อยอด “โครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่” เพื่อปลูกฝังวินัยจราจรและจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมการอบรมด้านความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับผู้ขับรถสาธารณะและรถบรรทุก เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนในภาพรวม
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางของเด็กและเยาวชน โดยจะเดินหน้ายกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียนอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างระบบการเดินทางที่ปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองทั่วประเทศ” น.ส.ลลิดา กล่าว