พริษฐ์ ท้า อนุทิน ลาออก ถ้าร่างรธน.ภูมิใจไทย ถูกคว่ำหลังทำประชามติรอบสอง

พริษฐ์ หวัง 21 ล้านเสียง สู้ระบอบสีน้ำเงิน ดักคอ สว. เคยโหวตผ่านรอบก่อน หากคว่ำรอบนี้ใช้หลักเกณฑ์ใดตัดสินใจ ท้า ‘อนุทิน’ ลาออก หากร่าง รธน. ‘ภูมิใจไทย’ ถูกคว่ำหลังทำประชามติรอบสอง 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความหมายของ “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่า หมายถึงกลุ่มการเมืองที่อาศัยช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งเปิดช่องให้กระบวนการเลือก สว. เป็นการเลือกกันเองและไม่ยึดโยงกับประชาชน

ทำให้กลุ่มการเมืองสามารถเข้ามาแทรกแซงและควบคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ ซึ่งเมื่อสามารถควบคุมวุฒิสภาได้ กลุ่มการเมืองดังกล่าวจะสามารถควบคุมการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระทั้งหมด นำไปสู่การผูกขาดอำนาจครอบคลุมทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และองค์กรอิสระ

เมื่อถามว่า ระบอบสีน้ำเงินจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญยากขึ้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้มีความท้าทายแน่นอน และตัวแปรสำคัญที่จะทำให้เรื่องนี้สำเร็จได้ คือ เสียงของประชาชนทั้ง 21 ล้านเสียงที่ทำประชามติ ที่ต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เพราะต้องการหลุดจากกลุ่มการเมืองที่เกิดจากการฮั้วกันทั้งกระดานแบบนี้ และต้องการจะหลุดจากกลไกการตรวจสอบที่อ่อนแอ จึงหวังว่าเสียงของประชาชนจะเป็นแรงส่งให้เราสามารถนำพาประเทศหลุดออกจากรัฐธรรมนูญ 60 และการเมืองแบบนี้ได้

เมื่อถามว่า มองว่าเสียงของประชาชน 21 ล้านเสียงจะสามารถสู้กับระบอบสีน้ำเงินในรัฐสภาได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเสียงของประชาชนจะแปลมาเป็น 3 ด้าน คือ

1.ทำให้มีตัวแทนของพรรคประชาชนมาอยู่ในสภา และทำให้ตนมายืนในสภาในฐานะฝ่ายค้านฯ ซึ่งเราจะตอบแทนสิ่งที่ประชาชนให้ด้วยการตรวจสอบกระบวนการดังกล่าว 2.เชื่อว่าเสียงประชามติ 21 ล้านเสียงจะผูกมัดทุกฝ่ายว่าจะต้องเดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และ

3.เสียงประชาชน 21 ล้านเสียงยังมีความหมายต่อการทำประชามติรอบสอง เพราะหากพรรคภูมิใจไทยจะอาศัยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256 ให้เป็นไปตามร่างของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเราได้วิจารณ์ไปแล้วว่าร่างดังกล่าวสุ่มเสี่ยงที่จะผูกขาดและกินรวบ ทำให้อำนาจในการชี้ขาดเนื้อหาไปตกอยู่กับ สว.

“หากเป็นเช่นนั้นจนรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และเข้าสู่กระบวนการทำประชามติ แล้วประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะรับผิดชอบอย่างไร

เพราะหากดูตามหลักมาตรฐานสากล เมื่อใดก็ตามที่มีการจัดทำประชามติ และรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าอยู่ข้างไหน แล้วผลประชามติออกมาไม่เป็นตามนั้น เราก็มักจะเห็นนายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เช่น การทำประชามติในประเทศอังกฤษว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ ซึ่งผลออกมาตรงกันข้ามกับรัฐบาล ไม่เกิน 3 วันนายกรัฐมนตรีก็ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ” นายพริษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า หากในอนาคตเป็นเช่นนั้นจะมีโอกาสได้เห็นการทำประชามติรอบสอง และการรณรงค์ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปเรื่องนั้น เพราะขณะนี้เราเตรียมการเข้าสู่การแก้ไขในวาระที่ 1 เป้าหมายคือทำอย่างไรให้ร่างมีความสอดคล้องกับ 3 หลักการของพรรคประชาชน และผ่านความเห็นชอบในวาระ 1 เพื่อไปหาข้อสรุปร่วมกันในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งตนยืนยันว่าเสียงของประชาชนมีความหมาย

“ถ้าหากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจว่าจะใช้เสียงข้างมากในรัฐสภา เพื่อให้ร่างปลายทางเหมือนกับร่างของพรรคภูมิใจไทยทุกประการ ผมคิดว่าพรรคประชาชนเห็นด้วยกับร่างนั้นได้ยาก แล้วผมคิดว่าหากประชาชนโหวตไม่เห็นชอบ ก็คาดหวังว่ารัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบด้วยเช่นกัน” นายพริษฐ์​ กล่าว

เมื่อถามว่า หากดูสถานการณ์ตอนนี้ที่ต้องอาศัยเสียงของ สว. 1 ใน 3 จะทำให้ร่างของพรรคประชาชนผ่านได้ยากหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนจะยื่นภายใน 1-2 วันนี้ โดยวันนี้จะเป็นการลงชื่อของ สส. ในทั้งสองร่าง และเนื้อหา 3 หลักการของพรรคประชาชนก็สอดคล้องกับร่างที่เคยยื่นเมื่อครั้งที่แล้ว

ซึ่งในครั้งที่แล้วได้รับเสียงเพียงพอจาก สว. หาก สว. คนใดที่เคยให้ความเห็นชอบในร่างที่แล้ว พอมาวันนี้จะไม่เห็นชอบก็ต้องถามว่าใช้หลักเกณฑ์ใดในการตัดสินใจ

เมื่อถามว่า สถานการณ์ครั้งนี้กับครั้งที่แล้วแตกต่างกัน ยังมั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. เหมือนเดิมหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าสมาชิกรัฐสภาทุกคนจะลงมติในเรื่องใดก็ตาม จะตัดสินด้วยเนื้อหาสาระของกฎหมาย ไม่ใช่ใช้ประเด็นส่วนตัวจากการถูกวิจารณ์จากใคร หรือใครตำหนิตัวเองบ้างมาใช้ในการตัดสินใจ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top