ม.เกษตรศาสตร์ ปั้นบุคลากรสุขภาพ คณะพยาบาล-เภสัช ลงฝึกภาคสนามจริง

ม.เกษตรศาสตร์ ผนึก สสจ.สุพรรณบุรี ร่วมเครือข่ายโรงพยาบาล 10 แห่ง ปั้นบุคลากรสุขภาพคณะพยาบาล – เภสัชลงฝึกภาคสนามจริง ตั้งเป้ารองรับอนาคตระบบสาธารณสุขไทย

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อพัฒนาการผลิตบุคลากรด้านสาธารณสุขของประเทศ

โดยบูรณาการความร่วมมือผ่านคณะเภสัชศาสตร์ และคณะพยาบาลศาสตร์ เชื่อมโยงเครือข่ายโรงพยาบาลในสังกัดกว่า 10 แห่ง ของจังหวัดสุพรรณให้เป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพคุณภาพสูง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ที่ห้องประชุมกำพล อดุลวิทย์ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประธานในพิธี

พร้อมด้วย นายรัฐพล เวทสรณสุธี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคู่ความร่วมมือ ได้แก่ นายอิทธิพล จรัสโอฬาร ผอ.โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช นายจิรภัทร กัลยาณพจน์พร ผอ.โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17

นายกิตติพงษ์ อยู่สุวรรณ ผอ.โรงพยาบาลอู่ทอง ศาสตราจารย์สุรีย์ เจียรณ์มงคล รักษาการแทนคณบดีคณะเภสัชศาสตร์ รศ.พลตรีหญิงสายสมร เฉลยกิตติ คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมลงนาม

โอกาสนี้ นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เขต 1  รศ.สมหวัง ขันตยานุวงศ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาวิทยาศาสตร์สุขภาพและเขตพื้นที่สุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ผู้บริหารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี

ลงนามความร่วมมือเพื่อยกระดับการเรียนการสอน การแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพ

ร่วมเป็นสักขีพยาน ลงนามความร่วมมือเพื่อยกระดับการเรียนการสอนด้านการแพทย์ และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ให้สอดคล้องกับความต้องการของระบบบริการสุขภาพ โดยเน้นการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง (Real-World Learning) ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การวิจัยทางคลินิก และการพัฒนายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ

สำหรับเครือข่ายโรงพยาบาลในความร่วมมือครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชนในจังหวัดสุพรรณบุรี

โดยมีโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชเป็นศูนย์กลางการรักษาระดับตติยภูมิ รองรับกรณีซับซ้อนและเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ขณะที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 มีจุดเด่นด้านการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพอย่างมีมาตรฐาน และโรงพยาบาลอู่ทองเป็นต้นแบบการดูแลสุขภาพเชื่อมโยงชุมชน มีจุดเด่นด้านการใช้สมุนไพร

ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้ในบริบทพื้นที่จริง

นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาลชุมชนอีก 7 แห่ง ได้แก่ รพ.ดอนเจดีย์ รพ.ด่านช้าง รพ.เดิมบางนางบวช รพ.บางปลาม้า รพ.ศรีประจันต์ รพ.สามชุก และ รพ.หนองหญ้าไซ ที่มาช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเรียนรู้ในบริบทพื้นที่จริง ตั้งแต่การดูแลผู้ป่วยระดับปฐมภูมิไปจนถึงการบริหารระบบสุขภาพในระดับอำเภอ ส่งผลให้นิสิตได้เรียนรู้ทั้งมิติการรักษา การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพอย่างครบวงจร

โดย ดร.ดำรงค์ เปิดเผยว่า ม.เกษตรฯ ถูก สร้างมาดูแลเรื่องการเกษตรและสิ่งแวดล้อม ขณะนั้นการแพทย์ยังไม่เกิด ตัวผลักดันจริงให้มีคณะแพทย์คือ โควิด 19 มีบุคลากรนักศึกษากว่า 7 หมื่นคน ฉีดวัคซีนได้ไม่เพียงพอ ได้รับสนับสนุนจากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ฉีดคนของเราเรียบร้อย

แต่ต้องขอยืมบุคลากรเพิ่มเติมมาช่วยเหลือในการฉีดวัคซีนดังกล่าวให้คนอื่นในพื้นที่ทางตอนเหนือ ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงเล็งเห็นความสำคัญ ทำให้มหาวิทยาลัยของทำได้ในการฉีดวัคซีนช่วงเสาร์-อาทิตย์กว่า 2.5 แสนโดส

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมีคณะวิทยาศาสตร์แข็งแกร่ง และมีงานวิจัยที่อยู่ภายใต้ฐานข้อมูลจากคณะวิทยศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์จำนวนมาก จึงมีการของบประมาณสนับสนุนทางการแพทย์ 8,800 ล้านบาท จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และเพิ่มคณะเภสัชศาสตร์เข้ามาในระยะแรก

ได้มีการตั้งเป้าหมายเพิ่มเงินสนับสนุน 1,400 ล้านบาท จากรัฐบาลสนับสนุนแล้วกว่า 7,400 ล้านบาท ขณะนี้ได้มีผู้บริจาครวมกันแล้วกว่า 500 ล้านบาท หลังจากเริ่มก่อสร้างตึกแล้วคาดว่าคงมีผู้บริจาคเพิ่มมากขึ้นอีกตามมา

อย่างไรก็ตาม คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย คาดการณ์ว่าคณะแพทยศาสตร์จะเติบโตอีก 20 ปี ใครจะมาเลือกเรียนบ้าง แต่ตั้งปีแรกเปิดรับแล้วกลายเป็นคณะเข้ายากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

โรงพยาบาลกำลังจะเกิดขึ้น คณะพยาบาลศาสตร์ยังไม่ลงเสาเข็ม แต่ต้องมีพื้นที่ในการเรียนรู้ และเป็นการเรียนรู้ปฏิบัติหน้าที่จริง พื้นที่จ.สุพรรณบุรี และสามารถใช้บุคลากรของมหาวิทยาลัยได้เต็มที่ทำให้ได้ลงมือปฏิบัติงานจริง

ขอบคุณที่ยินดีร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์เสมือนเป็นการทำบุญให้เด็ก และทำให้สังคมของเราดีขึ้น ทั้งนี้ กว่าคณะพยาบาลศาสตร์ตึกจะสร้างเสร็จพร้อมคณะเภสัช ต้องใช้เวลาอีก 4-5 ปี ขอความร่วมมือในการร่วมสนับสนุนการเรียนการสอน รวมถึงนิสิตคณะแพทยศาสตร์ที่จะลงฝึกงานช่วงปี 3 ทั้งพื้นที่จ.สุพรรณบุรี และอีกพื้นที่ จ.สกลนคร

ขอบคุณสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ความร่วมมือดังกล่าว ทั้งนี้ คณะพยาบาลศาสตร์ เข้ายากที่สุดในการสอบเข้าเรียนอันดับ 1 นิสิตคณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ ฝากทั้ง 3 คณะ ให้เขาได้เรียนหนังสือและทำประโยชน์ให้สังคม ต่อไป

ด้านรศ.สมหวัง กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ ได้ร่วมกับสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี หารือแนวทางความร่วมมือ ทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันพัฒนาการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการ ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศและบริบทของ พื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สําคัญด้านสุขภาพของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากการหารือร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าการผลิตกําลังคนด้านสุขภาพ ในอนาคต จําเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันการศึกษาและ หน่วยบริการสาธารณสุข

เพื่อให้นิสิตและบุคลากรได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง มีพื้นที่ฝึกปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ และสามารถพัฒนาศักยภาพให้สอดคล้องกับความ ต้องการของระบบสุขภาพในพื้นที่ ทั้งในด้านเภสัชกรรม การแพทย์ การพยาบาล และการดูแลสุขภาพชุมชน

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการในวันนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการเป็นแหล่งฝึกปฏิบัติงานวิชาชีพ สําหรับนิสิตระดับ ปริญญาตรีในส่วนของคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรของ ทุกฝ่าย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบูรณาการ ความร่วมมือด้านการวิจัย ตลอดจนการวิจัยทางคลินิก (Clinical Research) และ การพัฒนายาหรือผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ความร่วมมือในครั้งนี้

นอกจากจะเป็นกลไกสําคัญในการพัฒนา การจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระยะยาว ระหว่างมหาวิทยาลัยกับสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อร่วมกันพัฒนา กําลังคนและระบบสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุน การดําเนินงานของคณะพยาบาลศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ ซึ่งเป็นส่วนงานจัดตั้ง ใหม่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สามารถพัฒนาสู่การเป็น คณะด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มีความเข้มแข็งและตอบสนองต่อความต้องการของ สังคมได้อย่างแท้จริงต่อไป

ด้านนายรัฐพล กล่าวว่า ตนมีความยินดีในการร่วมมือทางข้อตกลงทางวิชาการ สาธารณสุขสุพรรณบุรี ร่วมภาคการศึกษา ทำให้การทำงานเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพให้ดีขึ้น มีความพร้อมในการพัฒนาขีดความสามารถบุคลากรไม่สามารถดำเนินการเพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้ต้องทำร่วมกัน

ต่อยอดศึกษาวิจัยสอดคล้องกับปัญหากับประชาชนในพื้นที่ ถือเป็นการทำงานความร่วมมืออย่างเป็นระบบ พัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้จากสถานการณ์จริง และสร้างความรู้ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์จริง

นอกจากนี้ สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสาธารณสุขให้เข้มแข็งใน จ.สุพรรณบุรี หวังเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบสุขภาพสืบต่อไป

ด้านนายสรชัด กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 10 ปี ของการจากไปของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีมีแนวคิดให้มีการประสานสาธารณสุขกับสถานศึกษา ตนได้มีการหารือกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มสานต่อกำหนดแผนแม่บทดำเนินการต่อ ภายหลังจากการหารือร่วมกับดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ช่วงปี 2563

เพื่อให้เกิดประโยชน์ของแผ่นดินไม่ใช่เพียงแค่จ.สุพรรณบุรี ก้าวต่อไปให้ความร่วมมือด้วยกันคือจะมีคณะเภสัชศาสตร์เพิ่ม ตนหารือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางโจทย์เรื่องพัฒนาสมุนไพร วันนี้เรื่องของสมุนไพรถือว่ามีความจำเป็นและเป็นความมั่นคงของประเทศ หากวันหนึ่งเกิดสงครามอาจจะทำให้เราขาดแคลน

จึงมีการหารือค่อนข้างเยอะ ยกตัวอย่างช่วงโควิด นำฟ้าทลายโจรมาใช้ สามารถนำมาสกัดให้เราใช้เองได้ สมุนไพรเหล่านี้จะเป็นนวัตกรรมเกิดขึ้นให้ประเทศของเราก้าวไปข้างหน้า เราต้องการเดินโจทย์ตรงนี้ไปด้วยกัน

กับความร่วมมือในอัตลักษณ์ของ ม.เกษตรฯ ส่งเสริมพื้นที่การปลูกสมุนไพร ทำให้เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น และกระจายไปสู่ตลาดต่างประเทศได้ ถึงแม้ท่านบรรหารไม่อยู่แล้ว แต่ก็จะดำเนินการขับเคลื่อนตามนโยบายของท่านต่อไป

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top